Spa & Massage

[REVIEW] รีวิว! SilapART Wellness แช่ออนเซน + Fitness และชุดน้ำชาสุดฟิน

โรงแรม แกรนด์ เมอร์เคียว กรุงเทพ ฟอร์จูน ได้เปิดตัวสปาและออนเซ็นสุดหรู SilapART Wellness & Spa ซึ่งตั้งอยู่บนชั้นที่ 12 ของโรงแรม ซึ่งมีคอนเซปคือสปาของที่นี่จะเป็นโอเอซิส ในบรรยากาศที่เป็นธรรมชาติท่ามกลางกลิ่นอายความเป็นศิลปะ เหมาะสำหรับผ่อนคลาย และออกกำลังกายไปได้ในตัว ซึ่งสปาแห่งนี้เปิดตัวเมื่อเดือน มีนาคม 2019 ยังใหม่มากๆ ดังนั้นเลยมาทำรีวิวให้เพื่อนๆ ชมครับว่าที่นี่บรรยากาศเป็นอย่างไร ดีมากน้อยแค่ไหน


SilapART อ่านว่า ศิลปะอาร์ต มีให้บริการในหลายรูปแบบ ทั้งออนเซ็น สปา Fitness ซึ่งบางแพคเกจสามารถจองผ่าน GoWabi ได้เลย และในอนาคตคาดว่าหลายๆ บริการน่าจะสามารถจองผ่าน GoWabi ได้ครบครับ หากต้องการจองบริการอย่าลืมใส่โค้ด Nipas10 เพื่อรับส่วนลดเพิ่ม 10% นะครับ

วันนี้ผมได้รับเชิญมาให้รีวิวแพคเกจ Onsen & High Tea ในชุดจะรวมชุด High Tea น้ำชายามบ่ายและเครื่องดื่มด้วย และเพื่อให้ได้เห็นในภาพรวมจะมารีวิว Fitness และสปาของที่นี่พร้อมกันด้วยครับ เป็นยังไงมาชมกันครับ

SilapART Wellness & Spa อยู่ที่ชั่น 12 ของโรงแรม แกรนด์ เมอร์เคียว กรุงเทพ ฟอร์จูน ถ้าขับรถมาก็จอดในที่จอดรถของโรงแรมได้เลยครับ หากนั่งรถไฟฟ้าแนะนำให้ใช้รถไฟฟ้าใต้ดิน MRT ลงสถานี พระราม9 แล้วก็จะถึงโรงแรมเลยครับ ถือว่าเดินทางสะดวกมาก

ขึ้นมาชั้น 12 ก็จะถึงที่สปาเลยครับ บรรยากาศตกแต่งด้วยแสงโทนธรรมชาติ พร้อมวัสดุที่ดูเป็นธรรมชาติทุกอย่างครับ ทั้งไม้และหิน หรูหราและดูผ่อนคลายไปในตัว

พาชมบรรยากาศโดยรอบก่อนนะครับ ส่วนนี้ก็จะเป็นโซนนังพัก หรือพูดคุย พักผ่อน หลังจากทำสปา หรือหลังจากเล่น Fitness มาก็มานั่งพักจิบน้ำชาที่นี่ได้ครับ

ส่วนของสระว่ายน้ำ ที่นี่ใช้สระว่ายน้ำระบบเกลือ เป็นสระกลางแจ้ง ขนาดไม่ใหญ่นักvพอว่ายออกกำลังกายได้ ว่ายน้ำพักผ่อนได้ แต่เล็กไปสำหรับการว่ายจริงจังครับ ซึ่งขนาดสระก็ดูจากรูปได้เลยครับ ถือว่าอยู่ในระดับมาตรฐานตามโรงแรมหรูทั่วไปครับ

ข้างๆ ที่นั่งพัก จะมีสวนทางเดินครับ ถ้าตอนเย็นๆ มานั่งรับลมนี่ ท่าทางจะดีไม่น้อยครับ ต้นไม้อาจจะยังดูเล็กอยู่เพราะที่นี่เพิ่งเปิดตัวไปแค่ไม่ถึง 2 เดือน ในอนาคตน่าจะต้นใหญ่กว่านี้ครับ จะยิ่งดูร่มรื่นมากขึ้น

เนื่องจากที่นี่มี Fitness ด้วย และถ้าเพื่อนๆ จองแพคเกจ Onsen and Relaxing Day ก็จะสามารถใช้ Fitness ได้ด้วยครับ บรรยากาศในห้องก็ดูสบายตา โปร่งโล่ง มองเห็นต้นไม้ด้านนอกและมองเห็นสระว่ายน้ำครับ ขนาดห้องปานกลาง ไม่ใหญ่มาก แต่เนื่องจากผู้ใช้บริการมีไม่เยอะจึงเล่นได้สบายๆ ครับ ไม่ต้องแย่งกันเล่น

ที่นี่อุปกรณ์ค่อนข้างครบครันเลยทีเดียวครับ ใครที่อยากสปาและออกกำลังกายด้วยในที่เดียวนี่เหมาะมากเลยครับ

โซน Weight Training มีอุปกรณ์ Machine บริหารได้หลายส่วน มีบาร์ยกน้ำหนัก และมีโซน Free Weight และเก้าอี้สำหรับ Body Weight ให้เล่นด้วยครับ

โซน Cardio ก็มีเครื่องวิ่ง เครื่องปั่นจักรยาน และเครื่องจักรยานอากาศ ครบครับจำนวนหลายเครื่องครับ

มีห้อง Studio สำหรับ Group Exercise ด้วยนะครับ มีตารางบอกว่าวันไหนสอนคลาสอะไรบ้าง

เล่น Fitness เสร็จแล้วมาแช่ออนเซนคลายกล้ามเนื้อต่อได้เลยครับ ล๊อคเกอร์ที่นี่ก็ออกแบบแนวญี่ปุ่น ทำจากไม้ ดูสบายตาดีครับ ขนาดของช่อง Locker ปานกลาง ใส่สัมภาระได้อย่างไม่แน่นจนเกินไป แขวนเสื้อได้ครับ

วันนี้ผมจองออนเซนและสปาด้วย ชุดที่ได้มาก็มี 4 อย่างคือ 1.รองเท้าสาน 2.ผ้าเช็ดตัว 3.ชุดสำหรับนวดสปา 4.กางเกงในแบบใช้ครั้งเดียวสำหรับสปา

บรรยากาศของ Locker ครับ ทุกอย่างดูใหม่มากๆ

มีน้ำให้ดื่มครับ กดได้เลยทั้งน้ำเย็นหรือน้ำร้อน

ห้องอาบน้ำฝักบัวครับ ในห้องจะมีสบู่ให้ แต่ยังไม่เห็นแชมพูนะครับ ห้องอาบน้ำกว้างสบายมาก กว้างกว่าพวกห้องตาม Fitness แบรนดังตามห้างประมาณ 2 เท่าตัวครับ

อ่านกฏการใช้ออนเซนก่อนครับ หลักๆ ก็เหมือนออนเซนทั่วไป อาบน้ำให้สะอาดก่อนลง ห้ามนำผ้าเช็ดตัวลง แต่ที่นี่อนุญาติให้ใส่ชุดว่ายน้ำ หรือกางเกงในสปาที่แบบใช้ครั้งเดียวทิ้งลงได้ครับ (กางเกงในปกติลงไม่ได้นะครับเพื่อความสะอาด)

ที่อาบน้ำก่อน Onsen มีให้อาบ 3 ช่องครับ มีสบู่ให้ พร้อมเก้าอี้ไม้แบบญี่ปุ่น

บรรยากาศของบ่อ Onsen ในช่วงกลางวันครับ ที่นี่บ่อแช่ค่อนข้างใหญ่พอสมควรเลย ใช้ได้หลายคน อุณหภูมิของน้ำอยู่ประมาณ 40 – 41 องศาครับ ซึ่งอยู่ในระดับปานกลางออกไปทางร้อนนิดๆ ข้างๆ บ่อเราสามารถเปิดม่านไปชมวิวได้ถ้าต้องการครับ ที่นี่เราสามารถใส่ชุดว่ายน้ำลงบ่อได้นะครับ เหมาะสำหรับคนที่ต้องการมาแช่กับเพื่อนๆ แช่ได้ไม่ต้องอายกัน

ช่วงกลางคืนจะมีเปิดไฟใต้บ่อครับ ลืมบอกไปว่าบ่อที่นี่เค้าจะใช้การหมุนเวียนน้ำอยู่ข้างใต้บ่อครับ น้ำเหมือนจะนิ่งๆแต่มีการหมุนเวียนตลอดเวลาครับ และน้ำสะอาด ไม่มีตะกอนแต่อย่างใด บ่อแช่มีเพียงบ่อเดียวครับ แนะนำให้แช่และสลับกับการอาบน้ำเย็นเพื่อความสบายตัวครับ

ห้อง Sauna ของที่นี่สะอาดและใหม่มากๆ ครับ เนื่องจากเพิ่งเปิดและไม่ค่อยมีลูกค้ามาใช้มากนัก อุณหภูมิเราสามารถปรับตั้งค่าเองได้เลยว่าต้องการเท่าไหร่ จะมีเครื่องให้ Set อยู่บริเวณหน้าห้องครับ

วันนี้ผมได้จองแพคเกจนวดไว้ด้วยหลังจากแช่ออนเซน ซึ่งก่อนนวดทางสปาจะมี Welcome Drink ให้ดื่มครับ ซึ่งเป็นชากลีบดอกบัวอบควันเทียน กลิ่นควันเทียนหอมมากๆ ครับ ชารสชาติหอมหวาน ได้กลิ่นดอกบัวเบาๆ ดื่มแล้วผ่อนคลายดีครับ และมีผ้าเย็นมาให้ด้วยอีก 1 ผืน

หลังจากดื่มชาเสร็จก็ไปในโซนสปากันต่อเลยครับ รูปนี้เป็นบรรยากาศโซฟานั่งเล่นโซนสปา เราสามารถบอกความต้องการได้ว่าอยากให้เน้นนวดบริเวณใด น้ำหนักแรงหรือเบามือเท่าไหร่ แจ้งเจ้าหน้าที่ตอนพูดคุยกันตรงนี้ได้เลย

สำหรับใครที่จองนวดเท้า ก็จะได้นวดอยู่ในบริเวณนี้ครับ ชมวิวสวนดาดฟ้าของทางสปา แอร์เย็นสบายครับ ที่นี่เปิดแอร์เต็มทุกห้องตลอดแม้จะมีลูกค้ามาหรือไม่ก็ตามครับ

โซนสำหรับนวดไทย จะเป็นฟูกปูกับพื้น และมีผ้าม่านกั้นเพื่อความส่วนตัวครับ ห้องมีหน้าต่างขนาดใหญ่มองเห็นวิวสวนดาดฟ้าเช่นกันครับ แอร์เย็นสบายมาก


สำหรับใครที่จองเป็นแบบนวดที่ใช้น้ำมันก็จะมีห้องนวดแยกต่างหากให้ครับ ห้องแยกจะมีฝักบัวอาบน้ำและอ่างล้างมือในตัวครับ ตกแต่งโดยเน้นวัสดุประเภทไม้เพื่อให้รู้สึกผ่อนคลาย

ที่นี่จะมีห้องเตียงคู่สำหรับนวดแบบ Couple ด้วยนะครับ ใครที่อยากมานวดกับแฟนพร้อมๆ กันก็สามารถจองห้องเตียงคู่ได้เลย ห้องนี้จะมีทั้งฝักบัวและอ่างอาบน้ำครับ

วันนี้ผมได้จองนวด Signature ของสปามาครับ โดยเลือกแบบ Ayurvedic Abhyanga Massage ซึ่งจะนวดตัวโดยใช้น้ำมันมะพร้าวแบบอุ่น และปิดท้ายด้วยการนวดศีรษะเพื่อความผ่อนคลายครับ ขณะนวดจะมีกางเกงชั้นในสปา ให้ใส่ครับ ไม่เขินแน่นอน

พนักงานนวดที่นี่สุภาพมากครับ บริการดีมากๆ และใจเย็นมีการอธิบายขั้นตอนการนวดอย่างดีครับ ถือว่ายอดเยี่ยมตามแบบสปาหรูเลยละครับ

นอกจากนี้ที่นี่เค้ายังเด่นเรื่องการนวดแบบ นักรบไทยโบราณ หรือ Thai Warrior Massage ซึ่งได้รับการพัฒนาขึ้นครั้งแรกในศตวรรษที่ 13 ประกอบด้วยเทคนิคโบราณที่เรียกว่า ฤาษีดัดตน เป็นการผสมผสานระหว่างท่าโยคะและท่านวดนักรบโบราณ โดยวัฒนธรรมดั้งเดิม นี้ได้รับการวิจัยและฝึกฝนมา เพื่อมอบประสบการณ์การนวดที่ไม่เหมือนใครและน่าจดจำ (แต่ผมไม่ได้เลือกอันนี้นะครับ วันนี้อยากผ่อนคลายชิวๆ มากกว่า ยังไม่อยากทำท่าโยคะเท่าไหร่ครับ55)

นวดเสร็จมารีวิวเกี่ยวกับอาหารกันต่อครับ สำหรับท่านที่จองแพคเกจแบบ Onsen and High Tea จะได้รับขนมและน้ำชา ส่วนแพคเกจ Onsen and Dine จะได้รับปอเปี๊ยะสดเพียงอย่างเดียว ไม่มีขนมครับ วันนี้ถ่ายรูปมาให้ชมทั้งคู่ครับ

รูปนี้คือขนมต่างๆ ที่ให้มาในชุด High Tea ครับ เยอะพอสมควร กินอิ่มได้มื้อนึงเลยละครับ ประกอบด้วย บราวนี่ มาการอง ขนมหม้อแกง ทาร์ตไข่ และปอเปี๊ยะสดครับ

Spring Roll ที่นี่ทำออกมาแนว Healthy มากๆ ครับ ผักและสมุนไพรมาเต็ม กลิ่นหอมขึ้นจมูกชัดเจนเมื่อรับประทานเข้าไป มีเนื้อกุ้งและปูมาให้ โดยรวมถือว่าอร่อยและดีต่อสุขภาพมากๆ ครับ ใครที่ชอบรับประทานผักน่าจะชอบมากๆ

ต่อมาดูที่ มาการอง ให้มา 3 แบบครับ รสชาติแตกต่างกัน อร่อยทุกแบบ รสออกไปในทางหวานครับ ตัวเปลือกนอกกรอบพอสมควร เนื้อมาการองอาจจะกลวงไปนิดนึง แต่ก็ยังอยู่ในระดับที่ใช้ได้ครับ ไส้รสชาติหอมหวานครับ

ต่อมาก็เป็นขนมหม้อแกงครับ รสชาติออกหวานพอสมควร มีกลิ่นหอมของไข่ที่นำไปอบและหอมน้ำตาลมะพร้าว รสชาติแบบไทยแท้ๆ ครับ แต่ตัดแบ่งออกมาเสริฟแบบชิ้นเล็กๆ แทน

ทาร์ตไข่รสชาติมาตรฐานครับ แป้งกรอบร่วนอร่อย ไข่ความหวานกำลังดีและมีความหอมที่ใช้ได้ครับ อบมาได้สีสวยน่ารับประทานเหมือนร้านเบเกอร์รี่ชื่อดังครับ

บราวนี่ รสชาติหวานปานกลาง แป้งทำออกมาได้นุ่มลิ้นอบมาพอดี ถือว่ารสชาติมาตรฐานตามแนวร้านเบเกอร์รี่ชั้นดีทั่วไปครับ

ส่วนตัวนี้เป็นรังผึ้ง ผมเพิ่งเคยรับประทานครั้งแรก รสชาติหวานๆ แบบน้ำผึ้งครับ หวานมากเลยเพราะกินเปล่าๆ เลยลองแบ่งน้ำผึ้งจิบไปพร้อมกับชาก็ได้รสชาติที่แปลกไปอีกแบบครับ

สำหรับชาที่ให้มาในชุดก็จะเป็นชาร้อนกลีบดอกบัวครับ ชาในเหยือกนี้ไม่หวานนะครับ รสชาติเป็นธรรมชาติและผมชอบมากๆ จิบแล้วหอมคล่องคอดีครับ

สรุปในภาพรวมสำหรับ SilapART Wellness & Spa

Onsen และ Sauna

ที่นี่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการแช่น้ำอย่างเงียบสงบ และไม่มีคนอื่นมารบกวนครับ เพราะลูกค้าถือว่ายังน้อยอยู่ และเหมาะกับการชวนเพื่อนมาแช่ผ่อนคลายได้ครับ เนื่องจากไม่ต้องอายกันเพราะที่นี่มีกางเกงในสปาให้ใส่แช่ลงบ่อได้ รวมทั้งมี Sauna ให้ใช้งาน เนื่องจากคนน้อยเราจึงสามารถปรับอุณหภูมิของห้อง Sauna เองได้ด้วยครับ

แต่ถ้าใครที่ชอบบ่อที่มีความหลากหลาย มีน้ำแร่หลายแบบ มีหลายอุณหภูมิ ที่นี่อาจจะยังไม่ตอบโจทย์เพราะมีเพียงบ่อเดียวครับ

Spa

ทำได้ดีมากๆ ครับ มีแพคเกจสปาให้เลือกหลากหลายแบบตามความต้องการ ห้องนวดก็มีครบครันและสถานที่สะอาดมากๆ พนักงานให้บริการอย่างสุภาพและอ่อนน้อมดีครับ

Fitness และสระว่ายน้ำ

ถือเป็นจุดเด่นเนื่องจากออนเซนที่อื่นมักไม่มี Fitness ให้เล่น แต่ที่นี่สามารถใช้ Fitness ได้ด้วยรวมทั้งสระว่ายน้ำ เนื่องจากใช้สถานที่ร่วมกับของทางโรงแรมครับ สถานที่ใหม่ เครื่องเล่นใหม่และสะอาดครับ

เรียกได้ว่า SilapART Wellness & Spa เน้นการพักผ่อนแบบองค์รวม มาที่เดียวจบ ทั้งออนเซน สปา และฟิตเนส (ถ้าจองแพคเกจที่ใช้ Fitness ได้ด้วย) สถานที่เดินทางสะดวกใช้รถไฟฟ้าใต้ดิน MRT ลงสถานีพระราม 9 ก็ถึงเลย หรือจะขับรถมาจอดก็ได้ครับ ใครที่ชอบสปา ออนเซน ต้องมาลองใช้บริการดูสักครั้งครับ สามารถจองผ่าน GoWabi มาได้เลยครับ วันนี้ก็จบรีวิวเพียงเท่านี้ก่อนนะครับ เพื่อนๆ อยากให้ไปรีวิวรอบหน้าที่ไหน สามารถคอมเม้นมากันได้ครับ สวัสดีครับ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *