Spa & Massage

[REVIEW] รีวิว! Onsen & Dine + รับประทานอาหาร Organic ที่ Panpuri Wellness

Panpuri Wellness เปิดให้บริการ Onsen สุดหรูแบบญี่ปุ่น ที่อาคารเกษร วิลเลจ ที่นี่เน้นความหรูหรามากๆ แนะนำว่าต้องมาลองให้ได้สักครั้งหนึ่งครับ บอกเลยว่ามันยอดจริงๆ วันนี้ผมได้มาใช้บริการร้าน Panpuri Wellness โดยจองผ่าน GoWabi แพ็คเกจ Onsen & Dine ในชุดจะรวมอาหารและเครื่องดื่มด้วย เป็นยังไงมาชมกันครับ

ก่อนรีวิวเพื่อนๆ ที่อยากไปใช้บริการ Onsen แตไม่เคยใช้แอป GoWabi แนะนำว่ารีบโหลดและสมัครเลยครับ หากมีแอปและเคยจองอยู่แล้วก็สามารถใช้โค้ด Nipas10 ได้รับส่วนลด 10% ครับ เซฟรูปข้างล่างนี้ไว้ได้เลย


Panpuri Wellness อยู่ที่ชั้น 12 ของอาคาร Gaysorn Village ขึ้นลิฟท์กดชั้น 12 มาก็ถึงเลยครับ แนะนำให้ใช้รถไฟฟ้าจะสะดวกมาก ลงสถานี BTS ชิดลม แล้วเดินผ่านทางเชื่อม R Walk เข้ามาที่อาคารได้เลยครับ เดินไปจนเกือบสุดอาคารและขึ้นลิฟท์บริเวณด้านหลังครับ

ออกมาจากลิฟท์ชั้น 12 ก็เจอ Panpuri Wellness เลยครับ บรรยาการค่อนข้างหรูหราเลยทีเดียว

มาถึงด้านหน้าจะมีพนักงานมาต้อนรับ และพาเราไปเปลี่ยนรองเท้าของเราครับ เราถอดรองเท้าและเปลี่ยนเป็นรองเท้าสาน ทำจากวัสดุธรรมชาติ แทนรองเท้าของเรา และพนักงานจะนำไปเก็บที่ Locker รองเท้าครับ

Locker รองเท้า มีกุญแจล๊อคอย่างดี พนักงานจะเป็นคนเปิดล๊อคให้ ดังนั้นไม่ต้องกลัวหายครับ

หลังจากนั้นเราก็มาที่ Counter แจ้งพนักงานว่าจองผ่าน GoWabi และยื่นรหัสที่ได้รับทาง E-mail ให้พนักงานเพื่อลงบันทึกในระบบครับ และหากมาใช้บริการเป็นครั้งแรก พนักงานจะมีการถามข้อมูลส่วนตัวเพื่อลงทะเบียนเข้าระบบครับ

ระหว่างนี้เรามาดูเมนูสปาและแพคเกจต่างๆ กันดีกว่าครับ มีเยอะมากตามรูปเลย สังเกตุว่าจองผ่าน GoWabi จะประหยัดกว่าพอสมควรเลยครับ

ใครที่ใช้บริการบ่อยๆ มีแพคเกจ Onsen รายปีให้เลือกด้วยนะครับ ราคาตามรูปเลย ถ้าใช้บริการมากกว่าสัปดาห์ละ 3 วัน ซื้อแบบรายปีก็คุ้มอยู่ครับ หากไม่ได้ใช้บ่อยจองผ่าน GoWabi จะคุ้มกว่าครับ

วันนี้ผมจอง Onsen & Dine มา ก็จะได้บัตรสำหรับแลกอาหารและเครื่องดื่มมาด้วยครับ ครัวที่นี่ปิด 21:30 นะครับ ดังนั้นเราต้องมาสั่งอาหารก่อนครัวปิดครับ

นอกจากนี้ ที่นี่มี Class ให้ใช้บริการด้วยนะครับ ใครที่จอง Onsen มาก็เข้า Class เพิ่มเติมได้ ไม่มีค่าใช้จ่ายครับ แต่ละวันก็จะมีสอนต่างกันเล็กน้อยตามตารางครับ

บรรยากาศที่นี่จะโทนหรูหราและอบอุ่นครับ ที่นั่งนุ่มสบายเลยละ

หลังจากลงทะเบียนเสร็จเราจะได้สายรัดข้อมือมาครับ ใช้ในการเข้าโซนออนเซ็น และห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า สายรัดข้อมือใส่แช่น้ำได้เลยครับ ไม่ต้องถอดออกครับ

เดินเข้ามาจะเป็น Counter สำหรับรับผ้าเช็ดตัว และชุด เราก็สแกนสายรัดข้อมือ และรับกระเป๋าไปครับ

อุปกรณ์ที่มีให้ในกระเป๋าประกอบด้วย ผ้าเช็ดตัว ผ้าผืนเล็ก ชุดเสื้อและกางเกงครับ สำหรับผู้หญิงสามารถขอชุดชั้นในแบบใช้ครั้งเดียวพร้อมที่คาดหน้าอกได้ครับ กระเป๋าที่นี่ก็ทำจากวัสดุธรรมชาตินะครับ ดูรักโลกมากๆ ครับ

ออนเซ็นที่นี่จะแยกชาย หญิงนะครับ อย่าเดินผิดห้องละ ก่อนเข้าห้องต้องสแกนสายรัดข้อมือนะครับ

เข้ามาก็ถอดรองเท้าสานและนำของไปเก็บที่ Locker ครับ ดูให้ตรงเบอร์ใต้สายรัดข้อมือแล้วก็สแกนเปิดตู้ได้เลยครับ ขนาดของตู้ก็ปานกลางไม่ใหญ่มาก วางกระเป๋าเป้และกระเป๋าที่แจกได้พอดีครับ

ข้างๆ ล๊อคเกอร์มีที่แต่งตัว พร้อมครีมบำรุงต่างๆ มากมายครับ

ที่สังเกตุดูก็มี โลชั่นทาขอบตา ครีมกันแดด โลชั่นทาตัว เซรั่มทาหน้า สเปรย์ฉีดจุดซ่อนเร้น น้ำยาบ้วนปาก สเปรย์ฉีดผม และแว๊กซ์ ครบครันมากๆ ซึ่งบอกเลยว่าเครื่องบำรุงผิวที่นี่ดีมากๆ ครับ ใช้ผลิตภัณฑ์ของ Panpuri เองเลย เท่าที่ทราบมาเครื่องบำรุงผิวพวกนี้ก็ราคาสูงไม่เบาครับ

หลังจากเก็บของเสร็จก็ถอดชุดและหยิบผ้าผืนเล็ก ไปแช่ออนเซ็นได้เลยครับ

อย่างแรกก็คือจะมีส่วนของที่อาบน้ำ สระผมให้ครับ มีทั้งครีมอาบน้ำและแชมพูของ Panpuri ให้อย่างดี ทุกที่อาบน้ำ หอมและสดชื่น เหมือนใช้เครื่องอาบน้ำราคาแพงๆ เลยละครับ

อาบน้ำเสร็จก็แช่ออนเซ็นได้ ที่นี่มีหลายบ่อให้แช่ครับ และจะมีป้าย Guideline เขียนให้ เราจะแช่ตามป้ายที่เขียนหรือว่าแช่เองตามใจก็ได้ครับ สิ่งที่น่าประทับใจคือ มีพนักงานคอยมาทำความสะอาดและดูคุณภาพน้ำในบ่ออย่างสม่ำเสมอครับ ทำให้พื้นที่ดูดี และเป็นระเบียบ

บ่อแช่จะมีหลายบ่อดังนี้

– Signature Kusatsu Onsen ความร้อนประมาณ 40 องศา

– Seasonal Bath ความร้อนประมาณ 41.5 องศา

– Soda Bath ความร้อนประมาณ 39 องศา

– Cold Plunge Pool ความเย็นประมาณ 17-18 องศา

– Vitality Pool ความร้อนประมาณ 39 องศา พร้อมน้ำวนเพื่อความผ่อนคลาย

และยังมีห้อง Sauna ที่มีส่วนประกอบของเกลือ Himalayan Salt Sauna และห้อง Steam Room ที่มีสมุนไพรหอม ให้ผ่อนคลายขณะนั่งด้วยครับ

หลังจากแช่ออนเซ็นเสร็จ ก็สามารถมานั่งพักผ่อน ชมวิว Central World ที่โซน Relax Room ได้ครับ ที่นี่ก็จะมีน้ำดื่มกลิ่นใบเตยให้บริการ มีผ้าเช็ดตัวสำหรับรองนอน และมีโซฟาให้นอนเล่น รวมทั้งมีที่ชาร์ทมือถือให้ทุกที่นั่งด้วยครับ

จุดเด่นคือมีเครื่องฟอกอากาศอย่างดีอยู่ในห้องพักผ่อนด้วยครับ และมีเครื่องดื่มให้ดื่มได้ถ้าต้องการ สำหรับห้องนี้ต้องเงียบนิดนึงนะครับ ห้ามพูดคุยกัน บรรยากาศหรูหราและผ่อนคลาย น่านอนมากๆ ครับ

สามารถชมวิวจากห้องนี้ได้ครับ จะมองเห็น Central World แสงสีจัดเต็ม

พามาชมข้างนอกเตรียมรับประทานอาหารกันบ้างครับ

ที่นี่มีหลายเมนูให้เราเลือก แต่รอบนี้เราจองมาแล้ว ก็แค่ยื่นบัตรที่ได้รับเมื่อตอนแรกให้พนักงานครับ และเลือกเครื่องดื่มว่าต้องการอะไร วันนี้ผมเลือกน้ำแตงโมครับ

อาหารก็ทำจากที่นี่เลยละครับ ครัวปิด 21:30 นะครับ ใครที่ไม่ได้จองแบบพร้อมอาหารก็สามารถซื้อแยกหน้า Counter นี้ได้เลย เลือกเมนูและสั่งได้ครับ แช่ออนเซ็นเสร็จมากินอาหาร Organic นี่ฟินมากครับ

มานั่งโต๊ะรอกินครับ บรรยากาศหรูทุกมุมจริงๆ มีกระดาษรอง พร้อมช้อนส้อมแบบหรูหรามากๆ สีออกคล้ายๆ ทองเหลืองครับ น้ำแตงโมมาเสริฟแล้วครับ

ที่นี่จะเน้นอาหาร Organic เพื่อสุขภาพนะครับ (อาหารที่ปราศจากการใช้สารเคมีหรือยาฆ่าแมลง) อย่างเมนูนี้ ข้าวก็จะใช้ข้าว RiceBerry ครับ น้ำแตงโมไม่มีการเติมน้ำตาลหรือเพิ่มความหวานแต่อย่างใค ได้รสแบบธรรมชาติแท้ๆ ครับ

ไก่ขนาดกำลังดี ไม่ใหญ่มาก นุ่มมากๆ น่าจะผ่านการตุ๋นมาพอสมควร ราดน้ำซอสเกรวี่รสชาติเบาๆ ไม่เค็ม ไม่หวาน หอมๆ แบบ Healthy ครับ ข้าว Riceberry หุงออกมานุ่มกำลังดี ตกแต่งด้านบนด้วยผักชีลาวเพิ่มความหอมครับ ครับ หากราดน้ำเพิ่มเข้าไปก็จะได้ความเข้มข้นและ Juicy ที่มากขึ้นครับ รสชาติออกแนวไทยๆ ครับ

นอกจากนี้ ที่นี่เค้ามีผลิตภัณ์บำรุงผิวของ Panpuri ขายด้วยนะครับ ก่อนกลับถ้าใครลองใช้โลชั่นตรงห้องแต่งตัวของออนเซ็นแล้วชอบ ก็แวะมาซื้อกลับไปใช้ที่บ้านได้ครับ ราคาก็สูงพอสมควรตามแบรน แต่แบรนนี้เค้าส่งออกและชื่อดังระดับโลกเลยนะครับ

สุดท้ายนี้ผมขอสรุปจุดเด่น ในส่วนของ Onsen และในภาพรวม ตามความเห็นของผมนะครับ

1. เป็น Onsen ที่หรูหราที่สุด พื้นที่กว้างขวางและทันสมัยที่สุด

2. ได้ชมวิวใจกลางเมืองด้วยตอนที่แช่น้ำ ถ้ามาใช้บริการช่วงกลางวัน (แต่ตอนค่ำจะปิดม่านครับ)

3. มีเจ้าหน้าที่ดูแลทำความสะอาดโซนออนเซ็น และห้อง Sauna รวมทั้งห้อง Steam อย่างสม่ำเสมอ ทุกๆประมาณ 15 – 20 นาที ทำให้ดูเป็นระเบียบและสะอาดตลอดเวลา น้ำไม่แฉะทางเดินระหว่างบ่อมากนัก

4. มีการตรวจคุณภาพของน้ำในบ่อ และรายงานสถานะเป็นตัวเลขอยู่ตรงทางเข้าออนเซ็น (ช่วงที่ผมไปใช้บริการเห็นเจ้าหน้าที่มาตักน้ำในบ่อ แยกใส่แก้วช่วงประมาณ 19:30 น.) ช่วยเพิ่มความมั่นใจในความสะอาดและมาตรฐานของน้ำครับ

5. เดินทางสะดวก ใช้รถไฟฟ้า BTS ได้เลย

6. เครื่องบำรุงผิวที่มีให้ใช้ดีมาก ของแพงๆ เกรดดีๆ ทั้งนั้นครับ ทั้งครีมอาบน้ำ โฟมล้างหน้า Lotion และที่คล้ายๆ เซรั่มสำหรับทาหน้า

สุดท้ายนี้อยากบอกว่าที่นี่เน้นความหรูหราที่สุด มากกว่า Onsen ที่อื่นๆ ในไทยครับ ใครที่ไม่เคยแช่ออนเซ็น ไม่เคยไปเที่ยวญี่ปุ่น แต่อยากลองสัมผัสประสบการณ์แช่ออนเซ็น ไม่ต้องบินไปไกลถึงประเทศญี่ปุ่นเลยครับ มาที่ Panpuri Wellness ที่เดียวจบครับ


มาย้ำพิกัดกันอีกรอบครับ ร้าน Panpuri Wellness ตั้งอยู่ในตึก เกษร ทาวเวอร์ ชั้น 12 ค่ะ สามารถเดินจากรถไฟฟ้า BTS ชิดลมได้ค่ะ ร้านเปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10:00 – 22:00 ถ้าเพื่อน ๆ คนไหนสนใจแพคเกจ Onsen & Dine อย่าลืมจองผ่านแอป GoWabi เพื่อส่วนลดและสิทธิพิเศษมากมายครับ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *